Cheap Web Hosting | Free Web Hosting | Dedicated Servers | Windows Hosting | Free Web Space | Trade Show Displays | GoDaddy Coupon Codes | FrontPage Hosting | Business Hosting
cheap web hosting
Search the Web

 

F Visa               


        F-1 Visa เป็นวีซ่าสำหรับนักเรียนแบบ Full Time Studentที่จะมาเรียนใน college, university, conservatory, academic high school, และ institute with language-training programs ในสหรัฐอเมริกา

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • อ่านได้จาก ข้อมูลเกี่ยวกับการขอ F-1 Visa
  • F-1 วีซ่าจะมีเวลาที่ต่ออีก 60 วันหลังจากหมดอายุ

มาอเมริกาครั้งแรกด้วย F-1 Student Visa

        เมื่อคุณได้ F-1 Visa จากสถานทูตอเมริกาแล้ว เมื่อตั๋วเครื่องบินพร้อม กระเป๋าพร้อม พาสพอร์ทพร้อม และ วีซ่าพร้อม ก็ถึงเวลาที่ต้องบินซะแล้ว (see also เตรียมตัวศึกษาต่อ) ขณะอยู่บนเครื่องบินก่อนที่จะถึงอเมริกานั้น ทางแอร์โฮสเตทจะแจก I-94 ให้คุณกรอก I-94 เป็นกระดาษสีขาว ที่คุณจะต้องแสดงต่อ immigration inspector ที่สนามบินในอเมริกา (port of entry) I-94 ทุกใบจะมีเลขอยู่ตรงมุมบนด้านซ้าย ซึ่งนั่นจะกลายเป็นเลขประจำตัวคุณที่ทาง INS (INS ประมาณกองตรวจคนเข้าเมืองของอเมริกาครับ) จะเก็บไว้เป็นข้อมูล เจ้าหน้าที่ที่สนามบิน ก็จะเขียนเลขประจำตัวอันนี้ ไว้บน F-1 Visa ในพาสพอร์ทของคุณ เพราะฉะนั้นทุกครั้ง ที่คุณเข้ามาในอเมริกาด้วย I-20 อันเดิม คุณก็จะได้ I-94 บนเครื่องบินทุกครั้ง แต่คุณจะต้อง ขีดฆ่าตัวเลขที่อยู่บน I-94 ที่ได้มา แล้วใช้ตัวเลขที่อยู่บน Visa คุณแทน

         หลังจากคุณผ่าน immigration inspection แล้ว คุณก็จะต้องไปเอา กระเป๋าที่สายพาน เพื่อที่จะนำกระเป๋านั้นผ่านจุดสำแดงสิ่งของ (declaration) ที่คุณนำมาด้วย ถ้าคุณไม่มีของต้องสำแดง ก็ให้ผ่านไปช่องทางสีเขียว แต่ถ้ามีของต้องสำแดงก็ให้ไปช่องสีแดง จะมีเจ้าหน้าที่มาตรวจกระเป๋าคุณให้ตื่นเต้นเล่น เมื่อผ่านจุดนี้ คุณก็เข้ามาอยู่ในอเมริกา อย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ถ้าคุณต้องไปต่อเครื่องไปที่เมืองอื่นอีก ก็ให้รีบไปนะครับ อย่ามัวแต่ดีใจเพลิน

        หลังจากเกิดเหตุการณ์ September, 11 รู้สึกว่าโอกาสที่จะโดนตรวจนั้นสูงมาก ผมโดนตรวจทุกครั้งเลยครับ ขนาดเขียนไปว่า ไม่มีของต้องสำแดง เพราะฉะนั้นทางที่ดี พยายามเอาของที่คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมาดีกว่า ของที่น่าจะมีปัญหาก็คือ อาหารแห้ง เนื้อสัตว์ ผลไม้ ไม้แห้ง พวก daily products เช่น นม นมอัดเม็ด ขนมปัง ไข่ ไม่ต้องห่วงว่า จะไม่มีอาหารไทยกินนะครับ อาหารไทยหากินได้ทุกที่

ทำงานขณะเป็น F-1 Student

        นักเรียน F-1 สามารถทำงานไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และเ้ป็นงานใน campus ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปตามบอร์ดต่างๆ ตามโรงอาหาร หรือที่ career services ของมหาวิทยาลัย ของคุณ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นงานทั่วไปใน campus เช่น เป็นบรรณารักษ์ เป็นคนเก็บตั๋ว parking lot เป็นเด็กห้องแล็บ เป็น TA (teaching assistant) หรือ RA (researching assistant) เป็นต้น นักเรียนไทยหลายคนทำงานในร้านอาหารไทย ในทางปฏิบัตินั้น สามารถทำได้ครับ แต่อย่าให้ทาง INS หรือ มหาวิทยาลัยรู้ (ก็พยายามอย่าป่าวประกาศว่าฉันได้งานแล้ว ที่ร้านอาหารไทย โดยเฉพาะ เพื่อนต่างชาตินะครับ) และควรรับเงินค่าจ้างและัทิป เป็นเงินสด เพื่อที่จะไ่ม่มีหลักฐาน ถ้าคุณโดนจับได้ Visa คุณจะ Out of Status ทันที ส่วนเรื่อง การเป็นเจ้าของกิจการ ลืมไปได้เลยครับ

        นักเรียน F-1 ที่สนใจจะทำงานนอกสถานศึกษา (Off-Campus) นั้น ต้องได้รับ การอนุญาติจาก Foreign Student Office ของทางมหาวิทยาลัยที่ศึกษาอยู่ การทำงาน off-campus นั้นแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ Cirricular Practical Training (CPT) และ Optional Practical Training (OPT)

Cirriculum Practical Training (CPT)

        CPT เป็นการทำงานในบริษัทหรือหน่วยงาน ในขณะที่ ยังเป็นนักเรียนอยู่ ในระหว่างเทอม หรือ ปิดเทอม นักเรียนสามารถขอทำงาน off-campusได้โดยใช้ CPT ทั้งนี้งานจะต้องเกี่ยวกับสาขาวิชาที่เรียน บางทีคุณอาจนับหน่วยกิจเข้า degree plan คุณก็ได้ ถ้าทำช่วงปิดเทอม เรียกว่า Internship ถ้าทำช่วงระหว่างเทอม เรียกว่า Cooperative education program (Co-Op)

ข้อควรรู้

  • ไม่ต้องได้รับอนุญาติจาก INS แต่ต้องขอทาง Foreign Student Office เพื่อ approve
  • จะต้องเป็น F-1 มาอย่างน้อย 1 ปีการศึกษา
  • จะต้องได้รับจดหมายตอบรับว่าได้งาน (offer letter) จากบริษัท หรือหน่วยงานราชการ เป็นลายลักษณ์อักษร
  • ควรขอ CPT ก่อนเริ่มทำงานจิงอย่างน้อย 2 weeks
  • คุณสามารถใช้ CPT นานแค่ไหนก็ได้ ตราบใดที่คุึณยังเป็น F-1 อยู่ แต่มีข้อแม้ว่า
    • ถ้าคุณใช้ CPT เกิน 12 เดือน คุณจะไม่มีสิทธิ์ขอ OPT หลังจากคุณจบแล้ว
    • ถ้าคุณใช้ CPT ไม่เกิน 12 เดือน คุณยังมีสิทธิ์ขอ OPT ได้เหมือนเดิม (12 เดือน)
  • ขั้นตอนการขอจะแตกต่างกันไปในแต่ละมหาวิทยาลัย แต่ที่ต้องทำทุกคนคือ ไปที่ Foreign Student Office พร้อมกับจดหมาย offer letter จากทางบริษัท และอาจจะมีจดหมายจาก advisor คุณด้วยก็ได้ จากนั้นก็กรอก I-538 form ถ้าคุณได้รับการ approve ทาง Foreign Student Office ก็จะเซ็นต์ด้านหลัง I-20 ของคุณพร้อมกับระบุระยะเวลาด้วย
  • ระวัง !! อย่าทำงานเกินกำหนดระยะเวลาที่ได้รับ เพราะอาจมีผลต่อการขอ OPT หลังจากจบได้ ถ้าคุณคิดว่าคุณจะทำเกินระยะเวลาที่ระบุ ให้ติดต่อ Foreign Student Office ทันทีึ

Optional Practical Training (OPT)

        OPT เป็นบันไดไปสู่ H-1B ของ นักเรียนไทย หลายๆคน นักเรียนที่ยื่นเรื่องขอ optional practical training จะต้องติดต่อ INS ผ่านทาง Foreign Student Office เพื่อรับการ approve จาก INS เมื่อได้รับการ approve นักเรียนจะได้รับระยะเวลา 12 เดือนในการทำงานที่ใดก็ได้ ที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่เรียนมา และไม่เกินระยะเวลา 14 เดือนหลังจากจบแล้ว

ข้อควรรู้

  • จะต้องเป็น F-1 มาอย่างน้อย 1 ปีการศึกษา
  • OPT สามารถใช้ได้ในช่วงเวลาต่อไปนี้
    1. ยังเรียนไม่จบ แต่อยากขอ OPT เพื่อไปทำงานแบบ full-time (มากกว่า 20 ชม/week) ส่วนใหญ่จะขอในช่วงปิดเทอม เรียกว่า Internship Note: คล้ายๆกับ CPT
    2. ยังเรียนไม่จบ แต่อยากขอ OPT เพื่อไปทำงานแบบ part-time (น้อยกว่า 20 ชม/week) ส่วนใหญ่จะขอระหว่าง semester เรียกว่า Co-op Note:คล้ายๆกับ CPT อีก
    3. เรียนจบแล้ว และขอทำงาน full-time ในบริษัททั่วไป ควรขอภายใน 60 วันหลังจากเรียนจบ เพราะไม่เช่นนั้น F-1 Visa เราจะหมดอายุ
  • ถ้าคุณเคยขอ OPT แบบ full-time (ข้อ 1) มาแล้ว ระยะเวลาของคุณจะถูกหักออกไปจาก 12 เดือน เช่น ช่วง summer คุณทำงานไปทั้งหมด 2 เดือน พอคุณเรียนจบ คุณก็จะเหลือเวลา OPT 10 เดือนเป็นต้น
  • ถ้าคุณเคยขอ OPT แบบ part-time (ข้อ 2) มาแล้ว ระยะเวลาของคุณ จะถูกหักออกจาก 12 เดือนในอัตรา 1/2 ของเวลาทำงาน part-time เช่น ถ้าคุณทำงานไปทั้งหมด 2 เดือน พอคุณเรียนจบ คุณก็จะเหลือ 12-(2/2) คือ 11 เดือนนั่นเอง
  • คุณจะต้องกรอก I-538 และ I-765 พร้อมรูปถ่ายหันข้าง 45 องศา !! 2 ใบ (ไม่ต้องตกใจ I-765 มีตัวอย่างให้ดู) ไปที่ Foreign Student Office เขียนเช็คสั่งจ่าย INS จำนวน $120

    Note: ขั้นตอนในการขอ OPT อาจแตกต่างกันในแต่ละมหาวิทยาลัย

  • คุณสามารถระบุวันเริ่มทำงานได้ แต่ไม่ควรเกิน 60 วันหลังเรียนจบ
  • อย่ากลับเมืองไทยถ้าคุณเพิ่งจบและ OPT คุณยังไม่ได้ approve นั่นคือ ยังไม่ได้ EAD จาก INS เพราะถ้าคุณกลับช่วงนี้ F-1 status คุณจะขาดทันที และคุณไม่สามารถที่จะกลับเข้ามาในอเมริกาได้อีก ด้วย I-20 อันเดิม

    Note: EAD = Employment Authorization Document

  • OPT ต้องได้รับการ approve จาก INS โดย INS จะส่ง EAD card มาให้ทาง Foreign Student Office ซึ่งจะเรียกคุณให้ไปรับอีกที ถ้ายังไม่ได้รับการ approve จาก INS อย่าเริ่มทำงานโดยเด็ดขาด
  • ถ้า OPT คุณได้รับการ approve และได้รับ EAD เรียบร้อย คุณต้องการ จะกลับเมืองไทยเพื่อพักผ่อนก่อนทำงานจริง หรือไปฉลอง ที่ไหนก็ได้นอกอเมริกา คุณสามารถทำได้ แต่คุณต้องติดต่อ Foreign Student Office ของคุณ เพื่อให้เ็๋ซ็นต์ I-20 เหมือนกับ ตอนที่คุณยัง เป็นนักเรียนอยู่
  • ภายในระยะเวลาที่คุณได้รับการ approve OPT จาก INS คุณสามารถ เปลี่ยนงานได้ โดยไม่ต้องได้่่รับการ approve ใหม่ ซึ่งจะต่างจาก CPT ที่คุณจะต้อง ได้รับการ approve ทุึกครั้งที่คุณเปลี่ยนงาน

ข้อแนะนำ

        คุณไม่จำเป็นต้องได้งานก่อนก็ได้ ผมแนะนำว่าถ้าคุณจะจบเทอมนี้ ก็ให้รีบขอไว้ซะ เพราะโปรเซสในการขอ OPT นั้นอาจใช้เวลานานถึง 3 เดือน พร้อมกันนี้ก็ควรจะหางานไปด้วย ในระหว่างที่เรียนอยู่เทอมสุดท้าย ตามงาน career fair ของมหาวิทยาลัยของคุณซึ่งน่าจะมีทุกเทอม เว็บไซต์ในการหางาน internship, co-op, and full-time ที่ดังๆก็มีดังนี้

monster.com
hotjobs.com
headhunter.com
careers.yahoo.com
brassring.com
internship.com
jobtrak.com


        พยายามเขียน resume ให้ดีๆ หรือเขียน cover letter ด้วยก็จะดีมาก ส่วนใหญ่ในเว็บ ข้างบนนี้จะมีข้อมูลพวกนี้อยู่แล้ว

        การได้งานทำแบบ OPT นั้นจะมีข้อดีอยู่ว่า ถ้าคุณทำงานไปแล้วจนระยะเวลา OPT ของคุณใกล้จะหมดลง ทางบริษัทที่คุณทำงานอยู่นั้น ถ้าเค้าไม่ใจไม้ใส้ระกำกับคุณเกินไป เค้าก็จะเป็น sponsor ให้คุณในการขอ H-1B Visa ซึ่งเป็น Visa สำหรับคนทำงานในอเมริกา โดยส่วนใหญ่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Intel, Cisco, General Moter, etc. จะ sponsor H-1B visa ให้คุณอยู่แล้ว หลังจากคุณได้ H-1B Visa คุณสามารถอยู่ในอเมริกาต่อได้อีก 6 ปี ซึ่งผมจะกล่าวถึง Visa แบบนี้ต่อไป

กลับเมืองไทย (Traveling Outside the US)

        ถ้าึคุณกลับเมืองไทยแบบชั่วคราว คุณมีสิ่งที่ต้องทำก่อนที่คุึณจะกลับนะครับ นั่นก็คือ คุณต้องไปที่ Foreign Student Office ของโรงเรียนคุณ ให้เค้าเซ็นข้างหลัง I-20 ของคุณ คุณอาจจะต้องนำ transcript หรือพาสพอร์ทของคุณไปแสดงด้วย แต่ผมแนะนำว่า email ไปถามก่อนจะดีกว่า แค่นี้ก็เสร็จแล้ว ก่อนที่คุณ จะออกจากอเมริกา ดูให้แน่ใจว่า คุณได้นำ สิ่งดังต่อไปนี้ไปด้วย

  • Passport
  • I-20 ที่เซ็นโดย Foreign Student Office เรียบร้อย
  • Copy of your transcript

        คุณควรจะตรวจสอบดังนี้ด้วย

  • ถ้า I-20 หรือ IAP-66 ใกล้หมดอายุ ก็ขอต่ออายุที่ Foreign Student Office
  • ถ้า I-20 หรือ IAP-66 หมดอายุแล้ว ก็ขอ reinstatement
  • ถ้า Visa คุณใกล้หมดอายุหรือหมดอายุแล้ว ก็ขอต่ออายุ Visa ที่สถานทูตอเมริกาที่ใดก็ได้ในโลกนี้ ขั้นตอนการต่ออายุ ก็จะเหมือนกับตอนที่คุณไปขอ Visa ครั้งแรก

        ถ้าคุณกลับเมืองไทยขณะที่คุณได้ Optional Practical Training ขั้นตอนก็จะเหมือนกับข้างบนนะครับ เพียงแต่คุณต้องแสดง EAD card ที่ออกโดย INS ที่สนามบิน (port of entry) ด้วยครับ

หมายเหตุ ถ้าคุณกลับมาอยู่ในเมืองไทยนานกว่า 5 เดือน และยังมีสถานะ เป็นนักเรียน ในสถานศึกษาในอเมริกาอยู่ คุณจะต้องขอ I-20 ฉบับใหม่จากทางสถานศึกษา เพราะลายเซ็นต์ของ foreign student officer หลัง I-20 คุณ มีอายุได้แค่ 5 เดือน หรือถ้าคุณอยู่ในช่วง practical training ลายเซ็นต์นั้นมีอายุ 6 เดือน

ย้ายโรงเรียน (Transferring Schools)

        ถ้านักเรียน F-1 ต้องการที่จะย้ายโรงเรียน เนื่องจาก จบการศึกษาจากโรงเรียนเดิม, transfer หน่วยกิจไปสถานศึกษาแห่งใหม่, หรือเรียนภาษาจบแล้วและกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย จะต้องมีขั้นตอนในการย้าย status นักเรียนของเราไปที่่ใหม่ดังต่อไปนี้

        ขั้นแรกสุดคือคุณจะต้องติดต่อสถานศึกษาแห่งใหม่เพื่อที่จะขอ I-20 โดยขั้นตอนในการขอ I-20 นั้นก็ให้ทำตามขั้นตอนของแต่ละสถานศึกษา โดยคุณจะต้องผ่าน requirements ต่างๆ

  • ถ้าขณะย้ายโรงเรียนคุณอยู่นอกอเมริกา
    • ถ้าบังเอิญว่า F-1 Visa คุณหมดอายุ คุณจะต้องขอ F-1 Visa ใหม่ที่สถานทูต หรือสถานกงศุลอเมริกา โดยขั้นตอนการขอก็จะเหมือนตอนที่คุณไปขอ I-20 ครั้งแรก โดยใช้ I-20 ใหม่ขอ และต้องนำ I-20 อันเก่าและจะดีมากถ้าคุัณมี transcript ของโรงเรียนที่เคยเรียนในอเมริกาไปด้วย จากนั้นก็เข้ามาอเมริกาตามปรกติ
    • ถ้า F-1 Visa คุณยังไม่หมดอายุ เมื่อได้รับ I-20 แล้ว คุณก็สามารถมาที่อเมริกาได้เลย โดยที่เมื่อถึงสนามบิน อย่าลืม I-20 อันเก่าด้วย

      หมายเหตุ * ปรกติที่ F-1 Visa ของคุณจะเป็นชื่อโรงเรียนเก่า อันนี้ไม่แปลกครับ เป็นเรื่องปรกติ และไม่มีปัญหาในการเข้ามาอเมริกา

  • ถ้าขณะย้ายโรงเรียนคุณยังอยู่ในอเมริกา คุณจะต้องส่งเอกสารดังต่อไปนี้ใ้ห้ Foreign Student Office ที่สถานศ็กษาใหม่
      1. A completed transfer form (Example) คุณและสถานศ็กษาเก่าจะต้องกรอก
      2. Photocopies of I-94 (both sides)
      3. Photocopies of all I-20 previously issued to you (both sides)

        คุณหรือทางสถานศึกษาเก่าจะต้องส่งเอกสารนี้ไปยังที่ใหม่ เพือที่สถานศ็กษาใหม่จะออก I-20 ให้คุณได้ เมื่อคุณได้รับ I-20 ใหม่แล้วคุณก็ไปที่ Foreign Student Office ของที่สถานศ็กษาใหม่ เพื่อที่เค้าจะได้สแตมป์ "transfer completed" บน I-20 ของคุณและทาง office จะได้ส่ง copy ไปที่ INS ต่อไปภายในเวลา 30 วัน Transfer process จะต้องไม่เกิน 15 วัน ก่อนที่คุณ จะลงทะเบียนเรียนในที่ใหม่ ถ้าไม่สามารถทำในเวลาที่กำหนด ทาง INS จะืถือว่าคุณ Out of Status

ทำไมถ้าอยู่นอกอเมริกาไม่จำเป็นต้องกรอกเอกสารพวกนี้?
เพราะว่าเมื่อคุณอยู่ในอเมริกา เอกสารพวกนี้จะต้องส่งไปที่ INS เพื่อบอกว่าคุณได้เปลี่ยนโรงเรียนเป็นที่เรียบร้อย นี่ดเป็นทางเดียวที่ INS จะทราบถึงการเปลี่ยนโรงเรียนของคุณ ตรงกันข้ามกับเมื่อคุณอยู่นอกอเมริกา ทาง INS จะรับทราบการเปลี่ยนโรงเรียนตอนที่คุณแสดง I-20 ต่อ immigration inspector ที่สนามบิน (port of entry)

Tip คุณสามารถที่จะขอ I-20 จาก โรงเรียนใหม่ ให้ส่งไปที่ ที่อยู่คุณในอเมริกา แล้วคุณก็ไปที่เม็กซิโกหรือแคนาดาก็ได้ แล้วก็เข้ามาด้วย I-20 ใปใหม่ตามขั้นตอนในข้อแรก แต่คุณต้องแน่ใจว่า F-1 Visa ของคุณยังไม่หมดอายุ

ถ้า F-1 Visa คุณ status ขาด !!! (Reinstatement of F-1 Visa)

        นักเรียนไทยหลายคนที่อยู่ในอเมริกา ในหลายๆกรณีที่ F-1 visa ของคุณ Out of Status ไม่ว่าจะเนื่องจาก

  • การย้ายโรงเรียนแล้วไม่สามารถย้ายได้ตามเวลาที่กำหนด
  • คุณป่วยหนัก ไม่สามารถที่จะลงทะเบียนได้ หรือลงทะเบียนไม่ครบตาม minimum credits (ส่วนใหญ่ 6 credits) เพื่อที่จะรักษาสถานะ full-time student โดยไม่ได้รับการ approve จาก Foreign Student Office ของสถาบันของคุณ
  • ลาออกจากการเป็นนักเรียน หรือมีเหตุให้ต้องออก
  • ไม่สามารถจบตามเวลาที่กำหนด และไม่สามารถขอขยายเวลาการเรียนออกไป (F-1 Extension)
  • อยู่ในอเมริกาเกินระยะเวลาที่กำหนดโดยไม่ได้ขอขยายเวลา
  • หรือด้วยเหตุผลใดก็ตามที่คุณไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ (out of your control)

        คุณสามารถที่จะขอกลับเข้ามาอยู่ในสถานะนักเรียน F-1 (Reinstatement) ได้ ถ้าคุณสามารถ แสดงให้เห็นได้ว่า ความผิดพลาดนั้นอยู่นอกเหนือการควบคุมของคุณ หรือ แสดงให้เห็นได้ว่าคุณกำลังจะเข้าเรียนในสถานศึกษาโดยคุณมี I-20 เรียบร้อยแล้ว

สิ่งที่คุณต้องทำ

  1. ไปยังสถานศึกษาที่คุณจะเข้าไปเรียน รับคำปรึกษาเพื่อที่จะขอ reinstatement
  2. เขียนจดหมายถึง INS อธิบายถึงเหตุผลที่ทำให้ขาด status เพราะ INS พิจารณาเป็นกรณีไป
  3. กรอกแบบฟอร์ม I-539 (Application to Extend Time of Temporary Stay) และค่าธรรมเนียม $75

        จากนั้นทางสถานศึกษาก็จะออก I-20 ให้ใหม่ (ในกรณีที่คุณยังไม่ได้ I-20 จากสถานศึกษานั้น) แล้วส่ง I-20, I-539, และจดหมายของคุณไปที่ INS ถ้าคุณได้รับ การพิจารณาจาก INS คุณก็สามารถเรียนต่อได้ แต่ถ้าไม่ผ่านการพิจารณา ทาง INS ก็จะกำหนดวันกลับเมืองไทยมาให้คุณ !!

หมายเหตุ ทางที่ดีที่สุดคือปรึกษาสถาบันการศึกษาของคุณ แต่ถ้ากรณีของคุณซีเรียสมาก ผมก็แนะนำให้ปรึกษาทนาย ซึ่งมีเยอะมากในเมืองใหญ่ๆเช่น Los Angeles, Chicago, etc. นะครับ

F-2 Visa

        เป็นวีซ่าสำหรับคู่สมรสหรือบุตร ที่เข้ามาอยู่ในอเมริกาพร้อมกับนักเรียนวีซ่า F-1 หรือเข้ามาทีหลัง

ต้องมีอะไรบ้าง

  • มีพาสพอร์ทที่ยังไม่หมดอายุ
  • มีทุนเพียงพอในการใช้ชีวิตอยู่ในอเมริกา
  • มีความประสงค์ที่จะออกจากอเมริกาพร้อมกับ F-1 student หลังจากจบการศึกษา

       ถ้าคู่สมรสหรือบุตร (dependents)ประสงค์จะเข้ามาในอเมริกาพร้อมกับ F-1 student ก็สามารถใช้บอกไปทาง Foreign Student Office โดยเค้าจะเพิ่มชื่อของ dependent(s) เข้าไปใน I-20 ของ F-1 student หลังจากนั้นก็ใช้ I-20 อันนี้ในการขอวีซ่าได้พร้อมกันทั้งครอบครัว

        แต่ถ้าคู่สมรสหรือบุตรจะเข้ามาทีหลังก็ต้องขอไปทาง Foreign Student Office ของทางสถานศึกษาที่ F-1 Student ศึกษาอยู่ ทาง Foreign Student Office ก็จะออก I-20 ใหม่ ที่ระบุว่า "continued attendance at this school" และ "use by dependents for entering the United States" ใน section 3 ของ I-20 ส่งมาที่เมืองไทย จากนั้น dependent(s) ก็ต้องไปที่สถานทูตอเมริกาเพื่อขอ F-2 Visa ต่อไป หลังจากได้ Visa เรียบร้อย ก็สามารถเดินทาง มาอเมริกาได้